อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน

   หากใครได้เคยรับชมศึกคอนเฟเดเรชั่นส์ คัพ เมื่อกลางปี 2017 ที่ผ่านมา คงเริ่มจะคุ้นหูกับชื่อของอเล็กซานเดอร์ โกโลวิน กองกลางทีมชาติรัสเซียมาพอสมควรแล้ว เพราะเขาเป็นตัวหลักของทีมชาติรัสเซียในชุดนั้น และยังเล่นมีความโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมชาติรายอื่นๆ พอสมควร ถึงแม้ฟอร์มโดยรวมของทีม “หมีขาว” จะไม่ดีก็ตาม แต่ฟอร์มการเล่นของเขากลับโดดเด่นพอสมควร และต่อเนื่องมาถึงในสโมสรเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เขาพาทีมซีเอสเคเอ มอสโกว ผ่านเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ ถึงแม้จะตกรอบก่อนก็ตาม แต่ก็ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียง และเป็นที่จับตามองของหลายๆ ทีมในยุโรป

แต่ชื่อของเขากลับถูกกล่าวขานกันมากที่สุดก็ในช่วงฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียของเขาเป็นเจ้าภาพ โดยเขาสามารถพารัสเซียผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้สำเร็จ เมื่ออยู่ในกลุ่มเดียวกับทีมชาติอุรุกวัย ทีมชาติอิยิปต์ และทีมชาติซาอุดิอาราเบีย และในนัดเปิดสนามที่เจ้าภาพต้องพบกับซาอุดิอาราเบีย ดาวเตะวัย 22 ปีก็ได้ฉายแสงต่อหน้าแฟนฟุตบอลทั่วโลก ด้วยการทำ 1 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ให้ทีมชาติรัสเซียถล่มทีมตัวแทนจากเอเชียไปอย่างเละเทะ 5-0 โดยโกโลวินได้รางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ในนัดนี้ไปครองด้วย และหลังจากนั้นเขาก็ยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายก็พาทีมชาติรัสเซียผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ก่อนจะพ่ายจุดโทษกับทีมชาติโครเอเชียตกรอบ แต่ก็ถือว่ารัสเซียประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกหนนี้แล้ว เพราะตั้งแต่แยกจากสหภาพโซเวียตมา พวกเขาก็ทำผลงานได้ดีที่สุดในศึกฟุตบอลโลกแล้ว เพราะฟุตบอลโลกคราวก่อนๆ พวกเขาทำได้เพียงแค่เล่นในรอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น

จุดเด่นของอเล็กซานเดอร์ โกโลวิน คือความขยัน และการสร้างสรรค์เกมที่ดี รวมถึงมีเทคนิคที่ครบเครื่อง ทั้งการเปิดบอล รวมถึงการยิงฟรีคิกด้วย ซึ่งถือว่าค่อนข้างแตกต่างจากดาวเตะรัสเซียโดยทั่วไป และด้วยวัยเพียง 22 ปี ทำให้เขามีโอกาสที่จะพัฒนาไปได้อีกไกล ทำให้หลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปเริ่มให้ความสนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทีม โดยตอนนี้เขามีข่าวกับเชลซี ทีมในเมืองหลวงของอังกฤษ รวมถึงยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่จากอิตาลีด้วย ซึ่งคาดว่าค่าตัวของเขาในตอนนี้ทยานไปถึง 40 ล้านยูโรเป็นอย่างน้อยแล้ว และคาดว่าน่าจะย้ายทีมในช่วงปิดฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าตัวจะเลือกทีมไหน

>