จูเลี่ยน บรันดต์

      จูเลี่ยน บรันดต์ ดาวรุ่งจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ถือว่าเริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนบอลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากดาวเตะวัย 22  ปีตกเป็นข่าวว่าทีมใหญ่ๆ ในยุโรปสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม ทั้งบาเยิร์น มิวนิค เรอัล มาดริด และรวมถึงลิเวอร์พูลด้วย โดยเขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับเลเวอร์คูเซ่นได้อย่างรวดเร็ว หลังจากถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่เมื่อ 5 ฤดูกาลก่อน และได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี และฤดูกาลที่แล้วเขาได้ลงสนามให้กับเลเวอร์คูเซ่นในเกมลีกครบทุกนัด จนฟอร์มไปเข้าตาโยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมัน และเรียกไปติดทีมชาติตั้งแต่ปี 2016 และได้อยู่ในทีมของเลิฟมาโดยตลอดนับจากนั้น และสุดท้ายก็ได้เป็น 1 ใน 23 ขุนพลของทีมชาติเยอรมันทำศึกฟุตบอลโลก 2018 โดยมีการคาดคะเนกันว่าจูเลี่ยน บรันดต์ เป็นโควต้าที่ไปแย่งมาจากเลรอย ซาเน่ ปีกซ้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนทำให้กุนซือวัย 58 ปีถูกวิพากษ์วิจารย์อย่างหนักกับการคัดตัว 23 ผู้เล่นทำศึกฟุตบอลโลกหนนี้

แต่ในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาดาวเตะวัย 22 ปีก็เป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น เนื่องจากเลิฟได้ตัดสินใจใช้จูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ตัวรุกจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในการยืนเป็นตัวจริงในตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้าย หรือบางนัดจะเป็นมาร์โก รอยส์ กองหน้าจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์แทน โดยบรันดต์จะได้โอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองเท่านั้น แต่ทุกนัดที่เขาได้โอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรอง ดาวรุ่งจากทีม “ห้างขายยา” กลับทำได้ดีกว่าบรรดานักเตะตัวจริง ถึงแม้จะมีเวลาในการพิสูจน์ตัวเองไม่มากนัก แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเขามีความเร็ว และการยิงประตูที่รุนแรง และเฉียบคม ซึ่งเกือบทำประตูให้กับทีมได้ตลอดหากได้ลงสนาม และน่าจะฝากความหวังไว้ในอนาคตได้

ดูจากทรงและความสามารถแล้ว ทำให้แน่ใจได้เลยว่าไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะไม่ใช่สโมสรสุดท้ายของเขาอย่างแน่นอน และน่าจะมีการย้ายทีมกันในเร็วๆ นี้ด้วย โดยอย่างมากเขาอาจจะได้อยู่กับทีม “ห้างขายยา” ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนที่จะมีทีมยักษ์ใหญ่มาทุ่มเงินซื้ตัวไป หรือไม่อาจจะย้ายในช่วงซัมเมอร์นี้เลยก็เป็นได้ เพราะด้วยค่าตัวที่ส่วนใหญ่ทีมจากเยอรมันมักไม่ค่อยขายนักเตะในราคาที่สูงเกินจริง และหากทีมที่ซื้อเป็นบาเยิร์น มิวนิค ที่มักจะซื้อนักเตะจากทีมในบุนเดสลีก้าด้วยกัน ที่มักซื้อนักเตะได้ในราคาพิเศษเป็นประจำอยู่แล้ว

>